ผู้ชมทั้งหมด 78
“สุรพงษ์” เปิดกิจกรรมรณรงค์ และลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 “สงกรานต์สุขใจ เดินทางสะดวก ปลอดภัย บนโครงข่ายคมนาคม” บูรณาการทุกภาคส่วน อำนวยความสะดวก ปลอดภัย รองรับการเดินทางของประชาชน
วันนี้ (4 เมษายน 2568) นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2568 “สงกรานต์สุขใจ เดินทางสะดวก ปลอดภัย บนโครงข่ายคมนาคม” โดยได้ตรวจเยี่ยมกิจกรรมให้บริการตรวจความพร้อมของรถก่อนออกเดินทาง การสาธิตการปฏิบัติงานของจุดบริการที่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) บูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ณ บริเวณอาคารศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีการขนส่งทางถนน ขบ.

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มุ่งยกระดับการเดินทางของพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 ให้มีความปลอดภัยและประทับใจในการใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะแบบไร้รอยต่อ และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมดำเนินการอย่างเข้มข้นในทุกมิติ บูรณาการระบบขนส่งทุกโหมดการเดินทาง เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกตั้งแต่ต้นทางจนถึงที่หมายอย่างปลอดภัย สำหรับเทศกาลสงกรานต์ 2568 กระทรวงคมนาคม แบ่งการดำเนินการเป็น 2 มิติสำคัญ
1) มิติด้านการอำนวยความสะดวกและลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับประชาชน มีเป้าหมายคือประชาชนต้องได้เดินทางทุกคน ไม่มีใครตกค้าง ซึ่งได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดรถโดยสารและขบวนรถไฟเสริมให้เพียงพอ ดูแลการเดินทางให้เกิดการเชื่อมต่อระบบโดยสารสาธารณะ ทั้งรถไฟฟ้าและรถประจำทางองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) แบบไร้รอยต่อ และมีเจ้าหน้าที่ประจำสถานีให้บริการข้อมูลข่าวสารการเดินทางและรับเรื่องร้องเรียน พร้อมทั้งลดค่าโดยสาร 10% ทุกเส้นทางทั่วประเทศให้แก่ประชาชนที่เดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ในช่วงเวลาตามมาตรการไปก่อน – กลับทีหลังของกระทรวงคมนาคม
2) มิติด้านความปลอดภัย ดำเนินมาตรการคุมเข้มตรวจความพร้อมของยานพาหนะที่จะนำมาให้บริการประชาชน ตรวจสอบสภาพรถโดยสารตั้งแต่ต้นทาง ระหว่างทางจุด Check Point และปลายทาง ตรวจความพร้อมของพนักงานขับรถ แอลกอฮอล์ต้องเป็น “ศูนย์” ต้องไม่มีการเจ็บป่วย มีไข้ หรืออ่อนล้า ควบคุมพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ ผ่านระบบ GPS เช่น การใช้ความเร็ว ชั่วโมงการทำงาน รถโดยสารไม่ประจำทางที่วิ่งตั้งแต่ 400 กิโลเมตรขึ้นไป ต้องมีคนขับรถ 2 คนขึ้นไป การกำหนดเส้นทางจุดเสี่ยง (Zoning) ห้ามรถโดยสารไม่ประจำทาง 2 ชั้นเข้าใช้เส้นทาง เบื้องต้นจะกำหนด 7 จุดเสี่ยง พร้อมทั้งดูแลความความปลอดภัย ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารและสถานีรถไฟ โดยขอให้ผู้ประกอบการรถโดยสาร รถบรรทุก รถร่วมบริการ และพนักงานขับรถต้องดำเนินการตามมาตรการด้านความปลอดภัยทุกด้านอย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันมอบความสะดวก ความปลอดภัย และความประทับใจในการเดินทางให้แก่ประชาชนในเทศกาลสงกรานต์ 2568


“เป้าหมายคือประชาชนเดินทางกลับบ้านได้ทุกคนด้วยความปลอดภัย ประทับใจในการเดินทางโดยใช้บริการขนส่งสาธารณะทุกมิติในเทศกาลสงกรานต์นี้ ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้นำเทคโนโลยีมายกระดับบริการ รวมทั้งบูรณาการกับทุกหน่วยงาน เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางอย่างไร้รอยต่อ ให้ประชาชนมีความสะดวก สบาย ถึงจุดหมายปลอดภัยทุกเส้นทาง” นายสุรพงษ์ กล่าว
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคม คาดการณ์ประมาณการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะระหว่างจังหวัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 2568 รวม 7 วัน) มีปริมาณผู้โดยสาร 2.52 ล้านคน-เที่ยว แบ่งเป็นเดินทางด้วยรถโดยสารของ บขส. 993,188 คน และทางอากาศ 770,198 คน จึงได้กำชับให้ ขบ. และ บขส. จัดการเดินรถในเส้นทางและรถเสริมทุกเส้นทางตลอดวัน รถโดยสารทั้งหมดต้องได้มาตรฐานถูกต้องตามกฎหมาย และให้มีการบังคับใช้กฎหมายสูงสุดทันที ตลอดจนอำนวยความสะดวกจัดจุดรถ ขสมก. รับ – ส่งบริการประชาชน รวมทั้งบริการ Shuttle Bus เชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้า BTS หมอชิต MRT สวนจตุจักร
ส่วนการดำเนินการ ณ จุดตรวจ Check Point และ Rest Area ต้องมีความครอบคลุมทั้งในและนอกสถานีขนส่ง โดยให้สอดคล้องกับจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะและความพร้อมของพนักงานขับรถแต่ละคันตลอดเส้นทาง ควบคู่กับการรณรงค์ด้านความปลอดภัยบนรถโดยสาร เช่น การคาดเข็มขัดนิรภัย แนะนำการปฏิบัติกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยให้มีการเผยแพร่สื่อ ประชาสัมพันธ์ทั้งบริเวณพื้นที่สถานีและบนรถโดยสารทุกคัน



ส่วนของการเดินทางในระบบรางจากการคาดการณ์จะมีประชาชนเดินทางด้วยระบบรางในเทศกาลสงกรานต์ รวมประมาณ 9 ล้านคน-เที่ยว แบ่งเป็นรถไฟฟ้า 8,222,414 คน-เที่ยว และรถไฟระหว่างเมือง 757,292 คน-เที่ยว ได้มีการเตรียมพร้อมพ่วงตู้โดยสารเพิ่ม 2 – 3 ตู้ไปกับขบวนรถปกติหรือพ่วงเต็มหน่วยลากจูงในขบวนเพิ่มขบวนรถไฟเสริมที่มีการเดินทางหนาแน่น รวมถึงจัดเดินขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสาร 5 เส้นทาง 26 ขบวน ได้แก่ กรุงเทพอภิวัฒน์ – เชียงใหม่ อุบลราชธานี อุดรธานี ศิลาอาสน์ และยะลา (รองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอีก 15,000 คน-เที่ยว) ส่วนระบบรถไฟฟ้าได้เพิ่มความถี่ในการให้บริการโดยเฉพาะช่วงเร่งด่วนเย็นของวันที่ 11 และ 12 เมษายน 2568 และช่วงเร่งด่วนเช้าของวันที่ 17 และ 18 เมษายน 2568 คาดว่าเพียงพอต่อความต้องการเดินทางประชาชน พร้อมตรวจตราความปลอดภัยบริเวณสถานี เฝ้าระวังจุดตัดรถไฟและจุดเสี่ยงร่วมกับภาคีส่วนท้องถิ่น
นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า การเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ขบ. ให้ความสำคัญกับมาตรการด้านความปลอดภัยสูงสุด โดยจัดทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจความพร้อมของสภาพตัวรถโดยสารที่จะนำมาให้บริการ ณ สถานประกอบการ และกำชับผู้ประกอบการเข้มงวดการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง หรือ TSM และรายงานการตรวจความพร้อมของตัวรถและพนักงานขับรถก่อนอออกเดินทางผ่านระบบ “เช็กชัวร์ ready to go” และวันที่ 11 – 17 เมษายน 2568 จะมีการตรวจสอบความพร้อมรถโดยสารและพนักงานขับรถตาม Checklist ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอด 169 จุด Rest Area 13 จังหวัด 16 จุด และ Checking Point 26 จังหวัด 28 จุด ทั่วประเทศ อาทิ ความพร้อมของระบบ GPS ติดตามรถตลอดการเดินทาง ความถูกต้องของใบอนุญาตขับรถ ชั่วโมงการทำงานขับรถสามารถขับติดต่อได้ไม่เกิน 4 ชั่วโมง หยุดพักไม่น้อยกว่า 30 นาที และขับต่ออีกได้ไม่เกิน 4 ชั่วโมง หรือมีพนักงานขับรถอย่างน้อย 2 คน โดยเฉพาะรถโดยสารไม่ประจำทางที่นำมาเสริมที่มีแผนการเดินทางเกินกว่า 400 กิโลเมตรขึ้นไป ต้องมีพนักงานขับรถ 2 คนขึ้นไป
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจึงได้กำหนดเส้นทาง Zoning ห้ามรถโดยสารไม่ประจำทาง 2 ชั้นเข้าใช้เส้นทาง โดยบูรณาการร่วมกับกรมทางหลวงกำหนดจุดที่มีความเสี่ยงสูง พิจารณาจากถนนที่่มีความลาดชันตั้งแต่ 8% ขึ้นไป เส้นทางมีความยาวตั้งแต่ 5 กิโลเมตร มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งเบื้องต้นจะกำหนด 7 จุดเสี่ยง คือ 1) ทล.304 สี่แยกกบินทร์บุรี – วังน้ำเขียว จังหวัดปราจีนบุรี 2) ทล.4 เขาพับผ้า – พัทลุง จังหวัดพัทลุง 3) ทล.103 แม่ยางฮ่อ – แม่ตีบ จังหวัดแพร่ 4) ทล.118 เชียงใหม่ – ดอยนางแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ 5) ทล.2013 บ่อโพธิ์ – โคกงาม จังหวัดเลย 6) ทล.2331 โจ๊ะโหวะ – อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดเพชรบูรณ์ และ 7) ทล.1256 ปัว – อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน ทั้งนี้ ขบ. จะตรวจสอบผ่านระบบ GPS เมื่อพบรถโดยสารไม่ประจำทางฝ่าฝืนเข้าเส้นทางดังกล่าว จะออกหนังสือเรียกตัว แจ้งการกระทำผิดกับผู้ประกอบการและพนักงานขับรถ มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท
นายชัชวาล พรอมรธรรม กรรมการฯ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวว่า บขส. คาดการณ์ว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 วันที่ 9 – 17 เมษายน 2568 รวม 9 วัน จะมีผู้โดยสารใช้บริการเพิ่มขึ้นจากเทศกาลสงกรานต์ 2567 ประมาณ 15% จึงได้เตรียมรถเสริมเป็นรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถทะเบียน 30) ประมาณ 700 – 1,000 คัน เพื่ออำนวยความสะดวกผู้โดยสารให้เพียงพอต่อความต้องการในการเดินทางทั้งเที่ยวไป และกลับ ไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง
นอกจากนี้ ได้จัดจุดบริการรถเมล์ ขสมก. บริการรับ – ส่ง ประชาชนภายในสถานีขนส่งหมอชิต 2 จำนวน 15 เส้นทาง และ ขสมก. ได้จัดรถ Shuttle Bus บริการเชื่อมต่อระหว่างสถานีขนส่งหมอชิต 2 สถานีรถไฟฟ้า BTS หมอชิต และ MRT สวนจตุจักร ช่วงเวลา 04.00 – 22.00 น. (เวลา 04.00 – 08.00 น. รถออกทุก 15 นาที) เพิ่มความสะดวกในการเดินทาง ตลอดจนดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยสถานีขนส่งผู้โดยสาร โดยประสานขอความร่วมมือตำรวจ ทหาร เข้ามาอำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัย รวมถึงรถโดยสาร อุปกรณ์ส่วนควบ และพนักงานขับรถ ต้องมีความพร้อมก่อนให้บริการ เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์