“สุริยะ” เปิดงานรณรงค์ลดอุบัติเหตุ ย้ำชัด! อุบัติเหตุต้องเป็น “ศูนย์”

ผู้ชมทั้งหมด 189 

สุริยะ” เปิดงานรณรงค์ลดอุบัติเหตุ “ปีใหม่ปลอดภัย ร่วมใจลดอุบัติเหตุทางถนน” จ่อแก้กฏหมายเพิ่มโทษ “เมาแล้วขับ” ย้ำชัด! อุบัติเหตุต้องเป็น “ศูนย์” คาดการณ์ประชาชนเดินทางช่วงปีใหม่ด้วยระบบขนส่งสาธารณะ 10 วันรวมกว่า 2.3 ล้านคน-เที่ยว โตจากปีก่อน 12.99%

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงาน “ปีใหม่ปลอดภัย ร่วมใจลดอุบัติเหตุทางถนน” ว่า กระทรวงคมนาคมในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลการคมนาคมขนส่งทั้งทางบก น้ำ อากาศ มีความห่วงใยต่อปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะพฤติกรรมในการเมาแล้วขับ โทรแล้วขับ ง่วงแล้วขับ ขับรถเร็ว ขับรถฝ่าฝืนกฎจราจร ซึ่งถือเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุจราจร โดยจากข้อมูลของมูลนิธิเมาไม่ขับ รายงานจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในช่วงเทศกาลปีใหม่ ปี 2567 พบว่าเสียชีวิต 284 คน บาดเจ็บ 2,307 คน จึงยังเป็นสถิติผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่ยังคงสูงอยู่

​ดังนั้น กระทรวงคมนาคม จึงจะบูรณาการกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อพิจารณาปรับปรุงข้อกฏหมายโดยจะเพิ่มโทษ สำหรับผู้ที่ขับขี่ขณะมึนเมา  เพื่อทำให้การลงโทษมีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของการลดช่องว่างของการลงอาญา  หากได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้ว จะนำมาเสนอต่อสภาฯในระดับถัดไป โดยเป้าหมายเพื่อลดอุบัติเหตุและความสูญเสียบนท้องถนน

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า เพื่อรณรงค์การป้องกันอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่คาดว่า จะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางเป็นจำนวนมาก จึงได้ระดมกำลังทั้งจากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กรมท่าอากาศยาน (ทย.) กรมเจ้าท่า (จท.) กรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) กรมการขนส่งทางราง (ขร.) และอีกหลายหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ จัดเตรียมเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 อย่างเต็มที่ เพื่อให้คนไทยทุกคนได้เดินทางฉลองปีใหม่อย่างปลอดภัยจากอุบัติเหตุทางถนน ขณะเดียวกันกระทรวงคมนาคม ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่า อุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568  จะต้องลดน้อยลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ โดยเฉพาะอุบัติเหตุจากการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ จะต้องเป็น ”ศูนย์“

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 มีวันหยุดยาวต่อเนื่องหลายวัน คาดการณ์ว่า การเดินทางของประชาชนด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 – 5 มกราคม 2568 รวม 10 วัน จะมีปริมาณ 2.3 ล้านคน-เที่ยว เพิ่มจากเทศกาลปีใหม่ 2567 คิดเป็นร้อยละ 12.99

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม มีเป้าหมายให้ประชาชนเดินทางกลับบ้านได้ทุกคน ด้วยความปลอดภัย และประทับใจในการใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะแบบไร้รอยต่อจากการเดินทางในทุกมิติ ทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ โดยมอบให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ยกระดับการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชน ตั้งแต่การเดินทางกลับภูมิลำเนาจนกระทั่งการเดินทางกลับเข้ามาทำงาน

นอกจากนี้ ให้ทุกหน่วยงานด้านการขนส่งสาธารณะ ดำเนินมาตรการเข้มข้นตรวจความพร้อมของยานพาหนะและพนักงานขับรถในระบบขนส่งสาธารณะทุกโหมดการเดินทาง โดยเฉพาะรถโดยสารสาธารณะซึ่งเป็นระบบที่มีประชาชนใช้บริการสูงสุด รถโดยสารที่นำมาให้บริการต้องมีความพร้อม ชั่วโมงทำงานของพนักงานขับรถต้องไม่เกินที่กฎหมายกำหนด ไม่มีอาการเจ็บป่วย มีไข้ เมื่อยล้า รวมถึง ต้องตรวจสอบควบคุมพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ เช่น การใช้ความเร็ว การขับรถประมาทหวาดเสียว การตรวจสอบและแนะนำการใช้อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เป็นต้น

สำหรับกรณีไม้กั้นทางรถไฟ ที่ขณะนี้มีบางพื้นที่ ตามจุดต่างๆ ยังไม่ได้ทำการติดตั้ง หรือมีการชำรุด ล่าสุดได้มอบหมายให้ รฟท. ประสานความร่วมมือกับ อบจ. และ อบต. รวมถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ในทุกพื้นที่ตามท้องถิ่น เพื่อดำเนินการติดตั้งในครบทุกจุด และตรวจเช็คสภาพความเรียบร้อยทุกจุดในทุกพื้นที่ เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ทั้งนี้ในปี 2567 มีทางลักผ่าน จำนวน  793 แห่ง ปิดแล้ว  105 แห่ง คงเหลือ  688 แห่งในปี 2568  คาดว่าจะปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยจำนวน 60 แห่ง

“ผมขอให้ประชาชนมั่นใจการทำงานของกระทรวงคมนาคมในกสรอำนวยความสะดวก ปลอดภัยในการเดินทาง โดยได้เตรียมความพร้อมโดยนำประสบการณ์จากปีก่อน ๆ มากำหนดทิศทางการบริหารจัดการทุกด้าน ตลอดจนบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางให้ประชาชนมีความสะดวก สบาย ปลอดภัย ถึงจุดหมายด้วยรอยยิ้มตลอดเทศกาลปีใหม่นี้” นายสุริยะ กล่าว

ด้านนายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)  กล่าวว่า รฟท.ได้จัดมาตรการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 โดยการเพิ่มเที่ยวขบวนรถพิเศษในเส้นทางสายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ และสายใต้ ส่วนมาตรการความปลอดภัย ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสาร ทั้งภายในขบวนรถ และสถานีรถไฟอย่างละเอียด พร้อมทั้งกำชับให้ตรวจสอบความพร้อมของรถจักรและรถพ่วงให้สมบูรณ์มากที่สุด รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังความปลอดภัยจากกล้องวงจรปิด CCTV ตามสถานีและบนขบวนรถทั่วประเทศ การวัดระดับแอลกอฮอล์ของพนักงานก่อนปฏิบัติหน้าที่ และห้ามจำหน่ายแอลกอฮอล์บนขบวนรถ และบริเวณสถานีรถไฟอย่างเด็ดขาด

นอกจากนี้ รฟท.ยังได้ประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เพื่อจัดอาสาสมัครเฝ้าระวังทางผ่านเสมอระดับรถไฟ – รถยนต์ หรือบริเวณชุมชน เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันเหตุต่างๆ รวมทั้งจัดตั้งศูนย์ปลอดภัยทั่วประเทศเพื่อรับแจ้งเหตุและประสานงานต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2567 เป็นต้นไป