“มนพร” แจงสถิติเที่ยวบินสนามบินภูมิภาคโตต่อเนื่อง ภูเก็ตครองอันดับ 1

ผู้ชมทั้งหมด 61 

ภูเก็ตครองอันดับ 1 มอบวิทยุการบินฯ เร่งเดินหน้าโครงการเพิ่มศักยภาพการให้บริการจราจรทางอากาศ 9 ศูนย์ควบคุมการบินภูมิภาค

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ได้รายงานสถิติการให้บริการจราจรทางอากาศของสนามบินภูมิภาคที่มีปริมาณเที่ยวบินพาณิชย์เฉลี่ยต่อวันสูงสุด 5 อันดับแรก ประจำปีงบประมาณ 2568 ได้แก่ สนามบินภูเก็ต ที่มีปริมาณเที่ยวบินสูงสุด 379 เที่ยวบิน รองลงมาเป็น สนามบินเชียงใหม่ 208 เที่ยวบิน สนามบินสมุย 123 เที่ยวบิน สนามบินหาดใหญ่ 68 เที่ยวบิน และสนามบินกระบี่ 66 เที่ยวบิน ตามลำดับ นอกจากนั้น ยังมีสนามบินที่ให้บริการเที่ยวบินฝึกนักบินของโรงเรียนการบินอีก ได้แก่ สนามบินนครราชสีมา ให้บริการเฉลี่ย 100 เที่ยวบินต่อวัน และสนามบินหัวหิน 70 เที่ยวบินต่อวัน

บวท. เร่งดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพการให้บริการจราจรทางอากาศของศูนย์ควบคุมการบินภูมิภาคทั้ง 9 แห่ง ตามแผนพัฒนาสนามบินภูมิภาค และสนับสนุนการให้บริการรองรับเวลาเปิด-ปิดของสนามบิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสนามบินที่มีการเติบโตของปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสาร เช่น สนามบินภูเก็ต และสนามบินกระบี่ ที่ปัจจุบันเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง สนามบินเชียงใหม่ที่เปิดให้บริการถึง 02.00 น. สนามบินสมุย และสนามบินหาดใหญ่ เปิดให้บริการถึง 24.00 น. อีกทั้งเน้นย้ำให้ บวท. ขยายขีดความสามารถในการรองรับปริมาณเที่ยวบินเพิ่มขึ้น เพื่อสนับสนุนและยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้านการคมนาคมขนส่งทางอากาศของประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค ตามนโยบายรัฐบาลต่อไป

นายณพศิษฐ์ จักรพิทักษ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. กล่าวว่า บวท. ได้เตรียมพร้อมรองรับการให้บริการการเดินอากาศ ตามแผนพัฒนาสนามบินภูมิภาค ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม โดยดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพการให้บริการจราจรทางอากาศสนามบินส่วนภูมิภาค และร่วมให้การสนับสนุน วางแผน ประสานการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด ร่วมกับหน่วยงานผู้ดำเนินงานสนามบิน ทั้งกรมท่าอากาศยาน และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ตามโครงการการพัฒนาและขยายท่าอากาศยาน เพื่อยกระดับขีดความสามารถรองรับปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสารที่เติบโตขึ้น โดย บวท. มุ่งมั่นในการบริหารจัดการจราจรทางอากาศอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกเที่ยวบินที่ใช้บริการบนน่านฟ้าไทยให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด

นายสุนันท์  นิ่มฟัก รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนั้น ศูนย์ควบคุมการบินส่วนภูมิภาคทั้ง 9 แห่ง ยังมีโครงการสำคัญ เพื่อยกระดับขีดความสามารถการให้บริการฯ (Provincial Air Traffic Control Center Excellent Initiative Program) และเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ ดังนี้​

ศูนย์ควบคุมการบินภูเก็ต จัดทำโครงการรองรับการปฏิบัติการบินและการให้บริการอากาศยานทางทะเล หรือ Seaplane ที่มีแผนจะเปิดให้บริการฯ อย่างเป็นทางการเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ภายในปี 2568 นี้

ศูนย์ควบคุมการบินเชียงใหม่ จัดทำโครงการบูรณาการความร่วมมือเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ในการสนับสนุนการปฏิบัติการบินภารกิจป้องกันและดับไฟป่าและบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5)  

ศูนย์ควบคุมการบินหาดใหญ่ จัดทำโครงการติดตั้ง 3D Aerodrome Simulator และจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศครบวงจร (Air Traffic Control Training Center) ภายในปี 2568 และจัดทำโครงการการนำระบบหอควบคุมจราจรทางอากาศอัจฉริยะ หรือ Digital remote Tower เข้าใช้งาน ณ สนามบินหาดใหญ่ สนามบินนราธิวาส และสนามบินเบตง ภายในปี 2569  

ศูนย์ควบคุมการบินพิษณุโลก จัดทำโครงการการให้บริการจราจรทางอากาศเขตสนามบิน ประเภท Aerodrome Flight Information Service หรือ AFIS สำหรับสนามบินที่มีปริมาณเที่ยวบินน้อย โดยใช้ระบบ AFIS ให้บริการจราจรทางอากาศแทนเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ ซึ่งมีแผนนำเข้าใช้งานครั้งแรกในประเทศไทย ณ สนามบินแพร่ และสนามบินเพชรบูรณ์ ภายในปี 2568

ศูนย์ควบคุมการบินหัวหิน บวท. มีแผนติดตั้งระบบเรดาร์ทุติยภูมิ (Secondary Surveillance Radar : SSR) ทดแทน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบติดตามอากาศยาน และประสานกับกรมท่าอากาศยาน (ทย.)ในการปรับปรุงลักษณะทางกายภาพของสนามบิน เพื่อยกระดับสนามบินให้รองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ อีกทั้งร่วมสนับสนุนสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) ในภารกิจของศูนย์ฝึกอบรมนักบินพลเรือน รวมถึงการจัดทำโครงการ AFIS ณ สนามบินตราด

ศูนย์ควบคุมการบินสุราษฎร์ธานี สนับสนุนการจัดตั้งสนามบินน้ำ เพื่อรองรับการปฏิบัติการบินอากาศยานทางทะเล หรือ Seaplane รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาการให้บริการอากาศยานไร้คนขับเพื่อการขนส่ง (Advance Air Mobility : AAM) ณ สนามบินสมุย

ศูนย์ควบคุมการบินอุดรธานี  ดำเนินโครงการต้นแบบ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการใช้งานโดรนทางการเกษตรในพื้นที่ห้วงอากาศควบคุม ภายใต้ “โครงการโดรนเกษตรปลอดภัย” ให้ถูกต้องตามกฎระเบียบ และเกิดความปลอดภัย ณ จังหวัดนครพนม หรือ นครพนมโมเดล โดยมีแผนจะนำองค์ความรู้ขยายผลไปใช้ในพื้นที่ทางการเกษตรอื่น ๆ ทั่วประเทศต่อไป

ศูนย์ควบคุมการบินอุบลราชธานี ดำเนินโครงการรณรงค์การใช้ห้วงอากาศปลอดภัย ในการจุด/ปล่อยบั้งไฟ ในช่วงเทศกาลตามประเพณีท้องถิ่น ศูนย์ควบคุมการบินนครราชสีมา  จัดทำโครงการจัดตั้งศูนย์ต้นแบบการให้บริการข่าวสารการบินนอกพื้นที่ห้วงอากาศควบคุม บริเวณจังหวัดบุรีรัมย์  (Flight Information Service หรือ FIS)  แห่งแรกในประเทศไทย และร่วมสนับสนุนโรงเรียนการบิน ในการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมนักบินเอกชน ของบริษัท Bangkok Aviation Center จำกัด (BAC)