“ผถห.OR” ไฟเขียว จ่ายปันผลงวดครึ่งหลังปี2567 อัตรา 0.13 บาทต่อหุ้น ในวันที่ 29 เม.ย.นี้

ผู้ชมทั้งหมด 106 

ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น OR อนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งหลังของปี 2567 อัตรา 0.13 บาทต่อหุ้น กําหนดจ่ายวันที่ 29 เม.ย.2568 ด้าน “ม.ล.ปีกทอง” เผยอยู่ระหว่างเจรจาแฟรนไชส์ ดึงเปิดร้านแทน “เท็กซัส ชิคเก้น” คาดเปิดสาขาแรกไตรมาส 3ปีนี้ ชี้ หุ้นต่ำกว่าราคา IPO เป็นไปตามสภาพตลาด พร้อมศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมในการซื้อหุ้นคืน จ่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ธุรกิจเบเกอรี่และอื่นๆ แตะ 15%

หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2568 ของOR ในรูปแบบการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-Meeting) วันที่ 4 เม.ย.2568 โดยระบุว่า ที่ประชุมฯ ได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลสําหรับผลการดําเนินงานของบริษัทครึ่งหลังของปี 2567 (ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 – 31 ธันวาคม 2567) ตามที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 เห็นชอบให้จ่ายเงินปันผล อัตรา 0.13 บาทต่อหุ้น สําหรับหุ้นสามัญของบริษัทจํานวน 12,000,000,000 หุ้น รวมจํานวน 1,560,000,000 บาท ประกอบด้วย:

• เงินปันผลจํานวน 0.12 บาทต่อหุ้น จํานวน 1,440,000,000 บาท จะจ่ายจากกําไรสะสมของ บริษัท ที่ยังไม่ได้จัดสรรของกําไรสุทธิจากกิจการที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 20 ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นที่เป็นบุคคลธรรมดาได้รับสิทธิเครดิตภาษีในการคํานวณภาษีเงินปันผลตาม มาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

• เงินปันผลจํานวน 0.01 บาทต่อหุ้น จํานวน 120,000,000 บาท จะจ่ายจากกําไรสะสมของ บริษัท ที่ยังไม่ได้จัดสรรของกําไรสุทธิจากกิจการ BOI ที่อยู่ระหว่างการใช้สิทธิประโยชน์ ยกเว้นภาษีเงินได้ ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่ต้องนํามาคํานวณเป็นเงินได้เพื่อเสีย ภาษีและไม่ได้รับสิทธิเครดิตภาษีในการคํานวณภาษีเงินปันผลตามมาตรา 47 ทวิ แห่ง ประมวลรัษฎากร

ทั้งนี้ กําหนดวันจ่ายเงินปันผลในวันที่ 29 เมษายน 2568 โดยบริษัทจะจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นของ บริษัทเมื่อได้รับอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจําปี 2568 แล้ว

โดยการพิจารณาจ่ายเงินปันผลดังกล่าว มาจากผลการดําเนินงานและฐานะทางการเงินของบริษัทในปี 2567 ตามงบการเงินรวม บริษัทมีกําไรสุทธิ จํานวน 7,650,312,106 บาท คิดเป็นกําไรต่อหุ้น 0.64 บาท (ทั้งนี้ งบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัท มีกําไร สุทธิปี 2567 จํานวน 4,067,398,817 บาท) จึงเห็นควรจัดสรรกําไรสุทธิเพื่อเป็นทุนสํารองตามกฎหมายของ ปี 2567 จํานวน 203,370,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 5 ของกําไรสุทธิเฉพาะกิจการ และเสนอจ่ายเงินปันผล สําหรับผลการดําเนินงาน ปี 2567 ให้แก่ผู้ถือหุ้นที่อัตรา 0.40 บาทต่อหุ้น รวมจํานวน 4,800,000,000 บาท คิดเป็นประมาณร้อยละ 62.7 ของกําไรสุทธิตามงบการเงินรวม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัท

อย่างไรก็ตาม OR มีนโยบายจ่ายปันผลปีละ  2 ครั้ง อัตราไม่ต่ำกว่า 30% ของกำไรสุทธิ และปัจจุบัน OR จำเป็นต้องสำรองเงิน เพื่อใช้สำหรับขยายการลงทุนตามแผน 5 ปี (ปี 2568 -2572) จำนวน 60,404.6 ล้านบาท ดังนั้น หากOR มีนโยบายพิจารณาจ่ายเงินปันผลเพิ่มเติม จะแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบต่อไป

ขณะเดียวกัน ราคาหุ้นOR ที่อยู่ในระดับต่ำกว่า ราคาIPO นั้น ถือว่าเป็นไปตามสภาพตลาด ที่หุ้นของบริษัทอื่นๆก็ลดต่ำลงเช่นกัน อีกทั้ง OR ยังศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมที่จะซื้อหุ้นคืน โดยจะพิจารณาแนวทางต่างๆและคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น ซึ่งหากได้ข้อสรุปอย่างไรจะแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังเห็นชอบเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ออกตามวาระประจำปี 2568 โดยมีกรรมการ OR ที่จะครบวาระ จำนวน 5 คน และแต่งตั้งใหม่ ดังนี้

1.นายชฎิล ชวนะลิขิกร ดำรงตำแหน่ง กรรมการ ต่ออีกวาระหนึ่ง

2.นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ดำรงตำแหน่ง กรรมการอิสระ ต่ออีกวาระหนึ่ง

3.นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ ดำรงตำแหน่ง กรรมการอิสระ แทน ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ที่ลาออกไป  

4.หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ดำรงตำแหน่ง กรรมการ ต่ออีกวาระหนึ่ง

5.นางสาวนันธิกา ทังสุพาณิชย์ ดำรงตำแหน่ง กรรมการ ต่ออีกวาระหนึ่ง

หม่อมหลวงปีกทอง ยังตอบคำถามผู้ถือหุ้น โดยในส่วนของร้าน found & found จะสร้างรายได้ให้กับ ORอย่างไรนั้น ธุรกิจดังกล่าว เป็นความพยายามสร้างระบบนิเวศของOR ให้มีกว้างขึ้นและยั่งยืน โดยในปี 2567 ได้เปิดร้านไปแล้ว 5 สาขา คาดว่าจะเพิ่มเป็น 10 สาขา ภายในสิ้นปี 2568 ซึ่งตามแผนร้าน found & found จะเป็นต้นแบบของธุรกิจใหม่ที่เข้ามาเสริมธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจพลังงาน

ส่วนร้าน เท็กซัส ชิคเก้น (Texas Chicken) ที่ยุติการลงทุนไปเมื่อปี 2567 ทำให้ปัจจุบันมีพื้นที่ร้านค้าว่างอยู่ประมาณ 80-90 พื้นที่ ซึ่งOR อยู่ระหว่างเจรจากับเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ คาดว่า จะเริ่มเปิดร้านสาขาแรกได้ช่วงไตรมาส 3 ปีนี้

ขณะที่ แผนการขยาย OR Space ในเฟส 1 อยู่ที่ 10-11 แห่ง ซึ่งในปี 2567 ลงทุนไปแล้ว 2 แห่ง ที่จ.สุพรรณบุรี และรามคำแหง 129 โครงการนี้เป็นการลงทุนเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า(EV) โดยใช้ระบบนิเวศของOR เป็นแม่เหล็กดึงดูดลูกค้า ซึ่งการจัดตั้ง OR Space จะพิจารณาถึงขนาดพื้นที่ และทำเล ว่าพื้นที่ใดจะตอบรับการใช้รถEV

รวมถึง แผนสร้างการเติบโตให้กับ ร้าน Café Amazon ที่ปัจจุบันมีอยู่กว่า 4,400 แห่ง มียอดขายกว่า 1.1 ล้านแก้วต่อวัน มีส่วนแบ่งทางการตลาด(มาร์เก็ตแชร์) 40% และปีนี้ มีแผนจะขยายสาขาเพิ่มกว่า 300 แห่ง ซึ่งรายได้จาก Café Amazon คิดเป็น 90% ส่วนอีก 10% มาจากเบเกอรี่และอื่นๆ โดยOR มีแผนจะเพิ่มรายได้จากเบเกอรี่และอื่นๆขึ้นเป็น 15% ในอนาคต

นอกจากนี้ในส่วนของสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV Station PluZ ในปี 2567 มี 1,194 แห่งครอบคลุมถนนสายหลักของประเทศ คิดเป็น 2,356 หัวจ่าย ซึ่งในปี 2568 คาดว่าจะเพิ่มเป็น 3,190 หัวจ่าย และจะเพิ่มเป็น 7,000 หัวจ่าย ภายในปี 2573 เพื่อรองรับความต้องการใช้รถEV

ขณะที่การรักษาการแข่งขันและความเป็นผู้นำในธุรกิจ Mobility จำเป็นที่ OR จะต้องขยายสถานี พีทีที สเตชั่น ให้เพียงพอกับความต้องการใช้ รักษาต้นทุนบริหารจัดการการขนส่งทั้งทางถนน ทางราง ทางเรือ และคลังต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงมีโปรแกรมส่งเสริมการขายแบบเจาะจง ผ่านData Analyst เพื่อตอบโจทย์การเข้าถึงลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด