ผู้ชมทั้งหมด 200
กฟผ. ลงนามสัญญาจ้างเหมาขุด-ขนดินและถ่านที่เหมืองแม่เมาะ สัญญาที่ 8/1 เรียบร้อยแล้ว พร้อมเร่งขุด-ขนดินและถ่านหินให้มีปริมาณเพียงพอสำหรับผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง คาดสามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้เต็มกำลังผลิตภายในเดือนพฤษภาคมนี้

นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ได้ลงนามสัญญาจ้างขุด-ขนดินและถ่านที่เหมืองแม่เมาะ สัญญาที่ 8/1 กับบริษัท สหกลอิควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 เรียบร้อยแล้ว จากนั้น กฟผ. ได้เร่งรัดดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ส่งมอบพื้นที่ให้บริษัทผู้รับจ้าง และเริ่มดำเนินงานขุดคัดแยกและขนถ่านลิกไนต์ทันทีตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา โดยงานจ้างเหมาขุด-ขนดินและถ่านที่เหมืองแม่เมาะ สัญญาที่ 8/1 ต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน เนื่องจากมีความล่าช้าจากแผนที่กำหนดไว้มาก
“กฟผ. ยังยืนยันความจำเป็นที่ต้องเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินของโรงไฟฟ้าแม่เมาะเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วิกฤตพลังงานปี 2565 เพราะถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงที่มีต้นทุนต่ำ ช่วยลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่มีราคาแพงและยังมีความเสี่ยงต่อความผันผวนของราคา เพื่อพยุงราคาค่าไฟฟ้าของประเทศไม่ให้สูงเกินไป รวมถึง กฟผ. ยังต้องแบกรับค่า Ft ไว้จนถึงวันนี้ เป็นเหตุให้ กฟผ. ต้องนำถ่านหินภายใต้สัญญาเดิม (สัญญา 8 และ 9) มาใช้ก่อนกำหนด จนปริมาณถ่านหินครบก่อนสิ้นสุดสัญญา”

ทั้งนี้ กฟผ. ในฐานะหน่วยงานที่ต้องบริหารจัดการเชื้อเพลิงถ่านหินเพื่อไม่ให้การผลิตไฟฟ้าต้องหยุดชะงัก จึงจำเป็นต้องเร่งรัดการจ้างเหมาขุด-ขนดินและถ่านที่เหมืองแม่เมาะ สัญญาที่ 8/1 เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและมีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม กฟผ. จึงเลือกใช้วิธีการจ้างเหมาโดยวิธีพิเศษแบบหลายราย ไม่ใช่วิธีพิเศษแบบเฉพาะเจาะจงรายเดียวอย่างที่หลายคนเข้าใจ ผ่านขั้นตอนการพิจารณาโดยกรรมการคณะต่าง ๆ อย่างถูกต้อง เป็นไปตามระเบียบทุกขั้นตอน
รวมถึงให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงงานจ้างเหมาขุด-ขนดินและถ่านที่เหมืองแม่เมาะฯ ที่แต่งตั้งโดยกระทรวงพลังงานอย่างเต็มที่เพื่อให้กระบวนการสอบสวนดำเนินการได้โดยเร็วที่สุด ทั้งการเข้าไปให้ข้อมูลในส่วนของผู้บริหาร กฟผ. ตรงตามเวลานัดหมายทุกครั้ง ไม่เคยล่าช้า เพราะเราทราบดีว่า หากล่าช้าจะยิ่งทำให้เกิดความเสียหายซ้ำเติมขึ้นไปอีก รวมถึงให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ข้อมูลและส่งเอกสารโดยเร็วที่สุดเมื่อได้รับการร้องขอ

อย่างไรก็ตาม กฟผ. มีความจำเป็นต้องบริหารถ่านหินให้มีปริมาณสำรองที่เพียงพอ ทำให้โรงไฟฟ้าแม่เมาะไม่สามารถเดินเครื่องได้เต็มกำลังการผลิตในช่วงเดือนเมษายนนี้ และจะสามารถกลับมาเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป
“ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า กฟผ. สามารถบริหารจัดการเชื้อเพลิงถ่านหินที่มีอยู่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมิให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงด้านการผลิตไฟฟ้าและต้นทุนราคาพลังงานของประเทศอย่างเต็มความสามารถ”